สเปรด 0 ฝากขั้นต่ำ $0 มีโบนัส

เคล็ดลับการใช้งานเส้นเทรนด์ไลน์แบบมืออาชีพ

เคล็ดลับการใช้งานเส้นเทรนด์ไลน์แบบมืออาชีพ

เส้นเทรนด์ไลน์เป็นอีกเครื่องมือที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากใช้งานในการเทรด จริงๆแล้วเส้นเทรนด์ไลน์มันก็คือแนวรับ แนวต้าน ประเภทหนึ่ง แต่มีการลากเส้นในแนวเฉียงแค่นั้น การตีความของนัยยะที่เกิดที่เส้นก็ใช้หลักการเดียวกันกับเส้นแนวรับแนวต้านที่เป็นเส้นแนวนอนทุกอย่าง เพียงแต่เส้นเทรนด์ไลน์มีความเหมาะสมในการใช้หานัยยะของราคาในระยะสั้นหรือระยะใกล้ปัจจุบัน เช่นหาจุดย่อตัวของราคาที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ ซึ่งหากสังเกตุดูดีๆจะพบว่าบริบทของมันจะมีปฏิสัมพันธ์กับราคาในระยะใกล้ๆได้ชัดเจนน่าจะมากกว่าเส้นแนวนอน

ในการตีความนัยยะของราคาที่เส้นแนวรับแนวต้าน หรือ เส้นเทรนด์ไลน์ จะตีความแล้วได้ผลดี หรือ ไม่ได้ผล ก็ขึ้นอยู่กับทักษะประสบการณ์ของผู้ตีความเองเป็นหลัก ต้องไม่ลืมว่าทุกเครื่องมือที่มีให้เราได้ใช้ใน MT4/5 หรือ แพลตฟอร์มต่างๆ มันล้วนถูกค้นคิดจากเทรดเดอร์มืออาชีพและถูกใช้งานต่อเนื่องกันมายาวนานจากเทรดเดอร์จำนวนมากทั่วโลกมาเป็นหลายสิบปี ถ้ามันมีปัญหาใช้งานไม่ได้ผลก็คงถูกถอดออกไปจากโปรแกรมเทรดทั้งหลายไปแล้ว และ ชื่อของมันก็คงหายไปจากวงการ ไปแล้ว

ปัญหาของการใช้งานเครื่องมือต่างๆแล้วไม่ได้ผลนั้นปัญหาหลักไม่ใช่เคร่องมือไม่แม่น แต่ปัญหาคือผู้ใช้ตีความไม่เป็น ไม่เข้าใจหลักการใช้งานเครื่องมือนั้นๆอย่างถ่องแท้ รู้จักเพียงผิวเผินและไม่ได้จริงใจที่จะศึกษา ฝึกซ้อมใช้งานเครื่องมือนั้นจริงๆจังๆต่อเนื่องนานๆ ทักษะเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องมือนั้นไม่มีแน่นอน ความแม่นยำไม่มีทางเกิดขึ้นได้จากการใช้งานเครื่องมือนั้น

หลักการตีความนัยยะของ แนวรับ แนวต้าน ก็เช่นกันบางคนตีความตามตำราเป๊ะแต่ทำไมมันไม่แม่นยำตามที่ตำราบอก แต่บางคนตีความตามตำราเช่นกันแต่กลับได้ผลดี ทั้งๆที่ตีความตามตำราเล่มเดียวกัน คำตอบคือตลาดมันมีความซับซ้อนในพฤติกรรมของราคา เพราะมันสะท้อนออกมาจากพฤติกรรมความคิด ความ กลัว ความโลภ ของคนที่อยู่ในตลาดออกมาผ่านกราฟราคาให้เราได้เห็น

หลักการตีความตามตำรามันจึงแม่นยำในบางสถานการณ์ และ อาจไม่ได้ผลในบางสถานการณ์ ตรงนี้แหละที่เราจะต้องศึกษาค้นหาองค์ความรู้เพื่อเติมช่องว่างในส่วนที่ตำราไม่ได้บอกไว้ แน่นอนเมื่อหาในตำราไม่มีเนื่องจากสถานการณืแบบนั้นมันไม่ใช้ภาพรวมขนาดใหญ่ที่จะเอามาเป็นนัยยะหลักของสูตรคำนวณหรือใช้เพื่ออ้างอิงเป็นทฤษฎีได้ เพราะมันเกิดขึ้นเพียงบางครั้งหรืออาจเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อยแต่ไม่เกิดต่อเนื่องยาวนานมากพอมันจึงเป็นเพียงส่วนประกอบย่อยๆที่ตำราไม่ได้อ้างอิงถึงมัน

ในบทเรียนครั้งนี้เราจะมาเรียนรู้ในสิ่งที่ตำราเรื่องแนวรับแนวต้านไม่ได้สอนเอาไว้ เราจะใช้วิธีเทคนิคการตีความนัยยะในเชิงพฤติกรรมของราคาซึ่งมันสะท้อนตัวตนและความคิดของตลาดได้ชัดเจนทำให้การวิเคราะห์ของเรามีความน่าจะเป็นไปได้ หรือ ที่เรียกว่าแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยจะเน้นการตีเส้นเทรนด์ไลน์เพื่อวางแผนหาจุดเข้าออเดอร์โดยตรง บทเรียนครั้งนี้จะขออนุญาตไม่กล่าวถึงรายละเอียดวิธีการตีเส้นเทรนด์ไลน์นะครับ เพราะท่านสามารถศึกษาได้จากหัวข้อบทเรียนเรื่องเทรนด์ไลน์ในคอร์สนี้ได้โดยตรงอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้บทเรียนยาวเกินไปจะขอนำเสนอเฉพาะการตีความแบบนอกตำราเพื่อใช้ในการเทรดโดยเฉพาะเท่านั้น

ก่อนเข้าสู่เทคนิคการตีความแบบมืออาชีพ ต้องขอชี้แจงก่อนเพราะบางท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงต้องใช้ H4 เนื่องจากเทรดเดอร์สาวนใหญ่จะนิยมเทรดสั้นถึงกลางมักไม่ถือออเดอร์ข้ามวัน จึงเลือกใช้ H4 ในการวางแผน เพราะ H4 คือไทม์เฟรมที่มันแสดงความเคลื่อนไหวของราคาในแต่ละช่วงเวลาได้ชัดเจนมากที่สุด นั้นก็คือมันแสดงให้เราได้เห็นความเคลื่อนไหวของราคาในช่วง เช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำ ดึก ได้ชัดเจนทั้ง 6 ช่วงเวลา (4ชั่วโมงx6=24ชั่วโมง)

ถ้าใช้ D1 มันก็คือ 1 แท่งเทียนต่อ 1 วัน มันกว้างเกินไปไม่เหมาะกับการวางแผนเทรดสั้นหรือกลางยกเว้นมีความถนัดการใช้ D1 ในการวางแผนโดยตรงนั้นเป็นอีกเรื่อง ส่วน H1 หรือต่ำกว่านั้นเหมาะกับการใช้หาจุดเข้าออเดอร์มากกว่า จึงเป็นคำตอบว่าทำไมถึงใช้ H4 ในการวางแผนการเทรด

ดูจากภาพล่างนี้จะเห็นเส้นสีแดงคือเส้นเทรนด์ไลน์แรก สมมุติ ณ.เวลานั้นราคาได้เกิดจุด A และได้เกิดจุด B แต่ตรงจุด B จะยังไม่ชัดเจนว่ามันจะเกิด Swing High หรือไม่ เราก็จะยังไม่ทำการลากเส้นเทรนด์ไลน์จาก A มา B

Login เพื่ออ่านต่อ...

เนื้อหาทั้งหมดของบทเรียนนี้ ทั้งบทความ ,วีดิโอ ,ไฟล์ PDF เข้าดูได้เฉพาะสมาชิกของ Sniper-III+คอร์ส เท่านั้น โดยการ Login เข้าสู่ระบบเพื่อเข้าห้องเรียนในบทต่างๆ

หากยังไม่เป็นสมาชิก

คลิ๊กที่นี่เพื่อสมัครเข้าคอร์สเรียนพร้อมรับระบบเทรด Sniper-III

Existing Users Log In